|
ระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
ว่าด้วยการรับขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกร
พ.ศ. 2542
เพื่อให้การบริหารงานของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเป็นไปโดยเหมาะสม
และมีประสิทธิภาพ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 (5) และมาตรา 30
แห่งพระราชบัญญัติ
กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. 2542 คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูแบะพัฒนาเกษตรกร
จึงวางระเบียบไว้ดังนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
ว่าด้วย
การรับขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกร"
ข้อ 2 ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้เลขาธิการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
รักษาการตามระเบียบนี้และ
ให้มีอำนาจแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามระเบียบนี้
หมวด
1
ข้อความทั่วไป
ข้อ 4 บรรดาระเบียบ
ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใด
ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้
ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ 5 ในระเบียบนี้
"สำนักงานใหญ่" หมายความถึง สำนักงสานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร
"สำนักงานสาขา" หมายความถึง สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
ณ
ที่อื่นใดซึ่งตั้งขึ้นตามความจำเป็น
"เจ้าหน้าที่" หมายความถึง
ผู้ที่มีอำนาจรับผิดชอบเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนเป็น
องค์กรเกษตรกร
ตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้รักษาการตามระเบียบนี้
"นายทะเบียน" หมายความถึง
นายทะเบียนองค์กรเกษตรกรตามระเบียบนี้และให้
หมายความรวมถึง
ผู้ช่วยนายทะเบียนที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายทะเบียน
เพื่อให้ปฏิบัติตามระเบียบ
นี้ด้วย
ข้อ 6 ในกรณีที่ไม่อาจปฏิบัติตามข้อหนึ่งข้อใดในระเบียบนี้ได้
ให้ขอทำความ
ตกลงกับผู้รักษาการตามข้อ
3
หมวด 2
การยื่นคำขอขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร
ข้อ 7 ในทุกปีให้คณะกรรมการบริหารประกาศให้มีการขึ้นทะเบียนองค์กร
เกษตรกรตามระเบียบนี้
และให้ประกาศผ่านทางสื่อมวลชน
และปิดประกาศกำหนดระยะเวลาการ
ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกรในพื้นที่นั้น
ณ สำนักงานใหญ่ สำนักงานสาขา หรือตามที่
คณะกรรมการบริหารกำหนด
ข้อ 8 องค์กรที่มีสิทธิ์ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกรต้องเป็น
(1) กลุ่มหรือคณะเกษตรกรที่มารวมกัน
โดยเป็นนิติบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ในการ
ประกอบเกษตรกรรมร่วมกัน
(2) กลุ่มหรือคณะเกษตรกรที่มารวมกันไม่น้อยกว่า 50 คน
โดยไม่เป็นนิติบุคคล
เพื่อวัตถุประสงค์ในการประกอบเกษตรกรรมร่วมกัน
ข้อ 9 เกษตรกรจะเป็นสมาชิกองค์กรในขณะเดียวกันได้เพียงแห่งเดียว
ข้อ 10 ให้คณะกรรมการดำเนินการขององค์กรตามข้อ 8
ที่ประสงค์จะขอ
ขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกรจำนวนอย่างน้อย
3 คน ยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่และภายใน
ระยะเวลาที่คณะกรรมการบริหารกำหนดตามแบบที่สำนักงานกำหนดพร้อมด้วยสำเนา
3 ชุด และ
หลักฐานประกอบ
ข้อ 11 หลักฐานประกอบตามข้อ 10 มีดังต่อไปนี้
(1)
ในกรณีที่องค์กรยื่นคำขอให้องค์กรเกษตรโดยเป็นนิติบุคคลให้มีหลักฐาน
ประกอบคำขอ
ดังต่อไปนี้
(1.1) สำเนาทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์
สำเนาใบอนุญาตให้จัดตั้ง
และสำเนาเอกสารแสดงการขอทะเบียนเป็นนิติบุคคลในกรณีที่องค์กรเป็นสมาคมและมูลนิธิ
(1.2) สำเนาเอกสารแสดง วัตถุประสงค์ ระเบียบ
หรือข้อบังคับ
(1.3)
สำเนาบัญชีรายชื่อคณะกรรมการดำเนินการปัจจุบัน
(1.4) ทะเบียนสมาชิก
ตามแบบที่สำนักงานกองทุนกำหนด
(1.5)
สำเนาลายมือชื่อของสมาชิกทุกคนในองค์กรเกษตรกร
(2)
ในกรณีที่องค์กรที่ยื่นคำขอเป็นองค์กรเกษตรกรโดยไม่เป็นนิติบุคคล
ให้มีหลักฐานประกอบคำขอดังต่อไปนี้
(2.1) สำเนาเอกสารแสดงประวัติโดยย่อขององค์กร
และรายชื่อกรรมการ
บริหารขององค์กรในปัจจุบัน
(2.2) สำเนาเอกสารแสดง วัตถุประสงค์ ระเบียบ
หรือข้อบังคับขององค์กร
(2.3)
สำเนาเอกสารแสดงกิจกรรมที่ทำร่วมกันที่ผ่านมาขององค์กร
(2.4) ทะเบียนสมาชิก ตามแบบที่สำนักงานกำหนด
(2.5)
สำเนาลายมือชื่อของสมาชิกทุกคนในองค์กรเกษตรกร
ข้อ 12 ให้เลขาธิการเป็นนายทะเบียนองค์กรเกษตรกร
และให้มีอำนาจ
แต่งตั้งผู้ช่วยนายทะเบียนเพื่อปฏิบัติการตามระเบียบนี้ได้ตามที่เห็นสมควร
หมวด 3
การตรวจสอบคุณสมบัติผู้มาขอขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกองค์กรเกษตรกร
ข้อ 13 เกษตรกรสามารถขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกองค์กรเกษตรกรได้องค์กรเดียว
ข้อ 14 ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกองค์กรเกษตรกรจะต้องเป็นเกษตรกรตาม
พระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ.
2542
ข้อ 15 เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกรแล้ว
ให้ตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริหาร
ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง
หากมีข้อบกพร่องใดในการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน
องค์กรเกษตรกรให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องด้วย
ข้อ 16 เมื่อคณะกรรมการบริหารได้รับคำขอพร้อมเอกสารประกอบจากเจ้าหน้าที่
แล้ว
ให้พิจารณาองค์กรเกษตรกรที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นองค์กรเกษตรกรให้แล้วเสร็จภายใน
15 วัน
นับแต่วันที่ได้รับคำขอขึ้นทะเบียนและให้ประกาศรายชื่อองค์กรเกษตรกรที่ขอขึ้นทะเบียน
ณ
สำนักงานใหญ่
หรือสำนักงานสาขาตามที่คณะกรรมการบริหารกำหนด
หมวด
4
การรับขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร
ข้อ 17 นับแต่วันที่คณะกรรมการประกาศรายชื่อตามข้อ 16
ให้คณะกรรมการ
บริหารเสนอชื่อผู้มีสิทธิได้รับขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกรต่อคณะกรรมการ
เพื่อพิจารณา
ให้ความเห็นชอบรับขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกรเป็นองค์กรเกษตรกร
ตามมาตรา 3 แห่ง
พระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ.
2542
องค์กรใดเมื่อปรากฏหลักฐานโดยแน่ชัดอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ 19
จะไม่ได้รับ
การพิจารณาให้ขึ้นทะเบียนเป็นองค์กรเกษตรกร
และให้คณะกรรมการบริหารแจ้งให้องค์กร
เกษตรกรนั้นทราบภายใน
30 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง
องค์กรที่ไม่ได้รับการพิจารณาให้เป็นองค์กร
เกษตรกรมีสิทธิอุทธรณ์
โดยทำหนังสือยื่นต่อคณะกรรมการภายใน 30วัน
ให้คณะกรรมการวินิจฉัย
อุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายใน
30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสืออุทธรณ์
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด
ข้อ 18 ให้นายทะเบียนออกเกสารให้แก่องค์กรที่ได้รับขึ้นทะเบียนองค์กร
เกษตรกร
ซึ่งคณะกรรมการได้ให้ความเห็นชอบตามข้อ 17 แล้ว
หมวด
5
การเพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกร
ข้อ 19 ให้คณะกรรมการบริหารเสนอรายงานต่อคณะกรรมการ
เพื่อพิจารณา
เพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกร
เมื่อปรากฏหลักฐานโดยชัดเจนแน่ชัดอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้
(1) องค์กรเกษตรกรขาดคุณสมบัติตามข้อ 8 และข้อ 9
โดยมิได้แจ้งให้
คณะกรรมการของกองทุนทราบเป็นการล่วงหน้า
กรณีที่องค์กรเกษตรกรขาดคุณสมบัติตามข้อ 8 และข้อ 9
ให้แจ้งให้คณะกรรมการ
กองทุนทราบภายใน
15 วัน นับแต่วันที่ได้ขาดคุณสมบัติ
(2)
องค์กรเกษตรกรจงใจฝ่าฝืนระเบียบหรือประกาศที่คณะกรรมการบริหาร
กำหนด
(3)
องค์กรเกษตรกรมีความประสงค์ที่จะขอให้เพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกร
ด้วยความประสงค์ใดก็ตาม
(4)
องค์กรเกษตรกรทำให้เกิดความเสื่อมเสียซึ่งชื่อเสียงแก่กองทุนไม่ว่าโดยกรณีใด
ๆ ก็ตาม
ข้อ 20 ถ้าคณะกรรมการบริหารมีคำสั่งให้เพิกถอนทะเบียนขององค์กรเกษตรกร
รายใดแล้ว
ให้คณะกรรมการบริหารแจ้งให้องค์กรเกษตรกรที่ถูกสั่งเพิกถอนทะเบียนทราบ ภายใน
30วัน
นับแต่วันที่มีคำสั่งดังกล่าว
หมวด 6
การอุทธรณ์
ข้อ 21 ในกรณีที่องค์กรเกษตรกรที่ถูกสั่งให้เพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกร
ตามข้อ
19 ตามคำสั่งของคณะกรรมการบริหาร
องค์กรใดไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว ให้ยื่น
อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการภายใน
30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง
การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งไม่เป็นเหตุให้ทุเลาผลบังคับตามคำสั่งของ
คณะกรรมการบริหาร
เว้นแต่คณะกรรมการจะสั่งเป็นอย่างอื่น
ข้อ 22 ให้คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
นับแต่วันที่ได้
รับหนังสืออุทธรณ์
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด
ประกาศ ณ วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2542
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
|